ย้อนในปี2025หลังจากเลิกงานได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมปราสาทหินพิมาย สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นักศึกษา นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ผมไปเที่ยวและถ่ายภาพเก็บไว้แต่ไม่ได้ความรู้อะไรเลย วันนี้จึงลองศึกษาในแต่ละส่วนของปราสาทกันครับมีความหมายอย่างไรต่อผู้คนในยุคนั้น มันเป็นความหมายต่อตัวเราเสมอเราเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่ตกแต่งให้สวยงาม สิ่งเหล่านี้เป็นสถาปัตยกรรมและความหมายทางศาสนาซ้อนกันอยู่ หรือใครก่อนไปเที่ยวหาความรู้ไปก่อนแล้วเที่ยวชมจะสนุกกว่าผมอย่างแน่นอน
แนวคิดทางศาสนาแบบขอม center หรือใจกลางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากภาพปรางค์มีส่วนสำคัญดังนี้
1. ฐานปรางค์ พื้นที่จริงที่ผมเดินสูงและชันมากครับ ถ้าเดินขึ้น-ลง บันไดจะต้องก้มหัวตลอดเวลา ฐานปรางค์ที่เห็นจะยกสูงเป็นชั้นลดหลั่นอยู่ด้านล่าง ทำหน้าที่รับน้ำหนัก ยกศาสนสถานให้สูงกว่าพื้นธรรมดาช่วยแบ่งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ออกจากพื้นที่ทั่วไป การก่อสร้างจำเป็นต้องใช้ความรู้เชิงเรขาคณิตและการวัดอย่างน้อยหลายเรื่อง เช่น การกำหนดแนวแกนและจุดศูนย์กลาง การทำฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมและรักษามุม การกำหนดระดับแนวนอน การแบ่งของระยะชั้นฐานให้ซ้ำกัน และการจัดสมมาตร อาคารสูงและมีมวลมากฐานก็ต้องรับและถ่ายน้ำหนักลงสู่พื้นอย่างเหมาะสม ฐานไม่ได้เป็นก้อนสี่เหลี่ยใธรรมดาแต่เป็นฐานหลายชั้นที่ย่อและเพิ่มมุมเป็นจังหวะ เมื่อชั้นต่างๆซ้อนขึ้นไป สัดส่วนของฐาน-เรือนธาตุ-ยอดปรางค์ ทำให้สายตามองขึ้นไปหาศูนย์กลางด้านบน เป็นการวางแบบอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เอาหินมากองขึ้นไปที่ละก้อน
2. เรือนธาตุ ถ้าเราอยู่ด้านในจะเป็นพื้นที่สิ่งศักสิทธิ์ครับ เป็นตัวอาคารหลักทรงสี่เหลี่ยมที่อยู่เหนือฐาน เป็นแกนสำคัญของปรางค์
3. ประตูและกรอบหินประตู เป็นการจัดวางแนวประตูต่อเนื่องกันทะลุไปถึงอีกด้านหนึ่ง เหมือนจะไม่ใช่แค่ประตูเข้า-ออกเท่านั้น เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มากกว่า
4. ทับหลัง แผ่นหินแนวนอนเหนือประตู เป็นภาพแกะสลักนูนสูงขึ้นมา ลวดลายมีความหมายทางศาสนา ไม่ใช่ลายประดับอย่างเดียว หากนึกไม่ออกทับหลังจะออกข่าวบ่อยเกี่ยวกับการถูกโขมยไม่ว่าจะเป็นปราสาทหินที่ใดก็ตาม
5. หน้าบัน เป็นพื้นที่เหนือทับหลัง รูปสามเหลี่ยม ในภาพที่ผมถ่ายมาเป็นการแกะสลักขนาดใหญ่เหนือประตู ลวดลายพรรณพฤกษา รูปบุคคล เทพ เรื่องราวทางศาสนา เป็นการอ่านความหมายของปราสาทขอมกำลังสื่อถึงอะไร
6. เสาประดับกรอบประตู มีลายแกะสลักละเอียดเป็นแนวยาว ช่องประตูดูแพงสง่างาม ระบบศิลปกรรมขอมช่วยให้นักประวัติศาสตร์เปรียบเทียบรูปแบบและยุคสมัยได้
7. ชั้นหลังคาที่ลดหลั่นขึ้นไป ไม่ใช่การสร้างหอทรงตรงธรรมดา รูปแบบการยกตัวสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องศูนย์กลางของจักรวาลและเขาพระสุเมรุ
8. กลีบขนุน เป็นการช่วยเน้นรูกทรงของยอดปรางค์
เสาหินหลายท่อนซ้อนกันครับ มีรอยต่อชัดเจน ส่วนล่างเป็นฐานบัวเพื่อกระจายน้ำหนักและตกแต่งรูปทรง ส่วนด้านผมคิดว่าน่าจะเป็นคานครับ เป็นการเปิดพื้นที่รับน้ำหนักกว้างขึ้น
ซุ่มประตูทางเข้า ด้านบนมีทับหลังแกะสลัก ช่องประตูหลายช่องเรียงตรงเป็นแนวเดียวกัน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น