2569-08-31

สำรวจวัดไทยผ่านช่อฟ้า หน้าบัน และพญานาค

 



สถาปัตยกรรมศาสนสถานแบบไทย เป็นลักษณอาคารพระอุโบสถหรือวิหาร

หน้าบันทรงสามเหลี่ยมสูง หลังคาซ้อนชั้น เครื่องลำยองตามแนวหลังคา จึงชี้บรรยายภาพด้านล่าง

งานเปิดผังลูกนิมิต อุโบสถใหม่ คนแน่นวัดโดยรอบอุโบสถพยายามถ่ายภาพไม่ให้ติดคนมาเที่ยวจึงได้ภาพมุมเสยครับ คนไทยทุกคนผมว่าเราภาคภูมิใจได้นะที่มีวัดสวยๆให้เที่ยวกันเยอะ ความโออ่าอยู่ที่หลังคาซ้อยหลายชั้น ปลายหลังคายกโค้งสูง  เช่น หน้าบันทรงสามเหลี่ยมสูง เครื่องลำยองตามแนวหลังคา และส่วนปลายที่ทำเป็นรูปนาค รวมทั้งการตกแต่งด้วยลายไทย สีทอง แดง น้ำเงินอย่างแน่นหนา ส่วนเหนือประตูและหน้าต่างทำเป็น ซุ้มยอดทรงปราสาทซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมศาสนาแบบไทย

จุดโดดเด่นคือ นาค ตรงปลายชายคา เป็นหัวสัตว์สีเขียวทองชูขึ้นอยู่หลายจุด เป็นองค์ประกอบนาคที่ถูกนำมาใช้กับเครื่องหลังคา ในคติพุทธศาสนา นาคมีความสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้าหลายเรื่องตามนิทานศาสนา

ส่วนหน้าบันด้านบนสุดของภาพมีพระพุทธรูปยืน และด้านล่างมีธรรมจักร พร้อมภาพเทวดา / บุคคลในคติพุทธ การตกแต่งจึงไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เหล่าเรื่องและแสดงสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา

เครื่องลำยอง อยู่ตามแนวขอบลาดของหลังคา  โดยเฉพาะขอบหลังคาด้านหน้าที่ไล่เฉียงจากยอดหน้าบันลงมาทางด้านซ้ายและขวา เป็นแนวขอบสีทองที่มีชิ้นเล็กๆเรียงเป็นซี่ๆตลอดขอบหลังคาสีแดง มีองค์ประกอบรวมประดับหลังคาหลายส่วน เช่น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ / นาคสะดุ้ง

 อาคารวัดไทยมีแนวคิดเรื่อง ลำดับชั้น จากฐานอาคารขึ้นไปยังผนัง ซุ้มหน้าต่าง หน้าบัน หลังคา และยอด ทุกอย่างค่อยๆพาสายตาขึ้นด้านบน ทำให้อาคารดูสูงและสง่างามแม้ตัวอาคารจริงจะไม่ได้สูงมากเหมือนมหาวิหารแบบยุโรป


ด้านข้างของอุโบสถ หน้าต่าง 3 ช่อง แต่ละช่องไม่ได้ทำหน้าต่างธรรมดา ด้านบนทำเป็นซุ้มยอดทรงปราสาท/เรือนยอด ลดหลั่นหลายชั้น อันเป็นการยกฐานะหน้าต่างให้ดูวิจิตรและสูงส่ง

ผนังสีน้ำเงินรอบหน้าต่างประดับด้วย ลายไทย ส่วนเสาหรือแนวตั้งระหว่างหน้าต่างตกแต่งลายสีแดง - ทอง ทำให้ผนังถูกแบ่งออกเป็นช่วงๆอย่างเป็นระเบียบ

บริเวณด้านล่างฐานเป็นฐานอาคารและแนวบัว ซ้อนกันหลายชั้น มีลายดอกไม้และลายกลีบบัวสีทอง เป็นวิธีตกแต่งฐานสวนวิจิตรตามสถาปัตยกรรมวัดไทย

2569-08-19

นิทรรศการไดโนเสาร์ at Terminal 21 Korat

 

งานนิทรรศการ & ศิลปะ ไดโนเสาร์ จัดที่ Terminal 21 Korat 2025 มีแต่เด็กเข้าชมมากับผู้ปกครอง ผมโตแล้วเข้าไปดูก็จะเขินๆหน่อย

Spinophorosaurus

ภาพลงมาจะเป็น วัย juvenile

ส่วนล่างสุดเป็นวัยเต็มตัว



ตัวนี้ผมตกใจเหมือนกันเพราะเหมือนก็อตซิวล่าเหมือนน้องจะชื่อ IGuanodon Mantelli สรุปย่อๆก็คือตอนแรกมนุษย์ไม่ได้รู้รูปร่างที่แท้จริงของไดโนเสาร์ทันทีที่พบกระดูก เมื่อเจอฟอสซิลที่สมบูรณ์จึงนำมาแก้ไข ประติดปะต่อเรื่องราวจากกระดูกที่ค้นพบได้ที่ละส่วนตอนแรกก็คิดว่าจะเหมือนจิงโจ้แต่เปล่าเลยไม่ใช่สุดท้ายได้เป็นอิกัวโนดอนในปัจจุบัน แต่ใจจริงแล้วแต่คนใช้จินตนาการว่าจะมีลักษณะอย่างไร แต่ใช่ว่างานขุดพบฟอสซิลจะง่ายดายสิ่งที่ค้นพบนำไปสู่การตีพิมพ์บทความทางวิชาการทางวิทยาศาตร์

ชื่ออิกัวโนดอนตั้งตาม Gideon Mantell นักบรรพชีวินชาวอังกฤษ ซากฟอสซิลที่ขุดพบนำมาศึกษากันพบที่ Bernissart ประเทศเบลเยียม



ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวนี้เรียกว่าอะไรก็น่าจะเป็นพวกหุ้มเกราะ (แองคิโลซอร์)  ดูจากลำตัวเตี้ยและกว้าง มีสี่ขา และมีเกราะกระดูกปกคลุมหลัง พร้อมหนามขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างลำตัว



อันนี้จะเป็นภาพเปรียบเทียบกะโหลกของไดโนเสาร์กินเนื้อและญาติใกล้เคียงหลายชนิด ระบุไว้ 9 ชนิดคือ

(a) Ornitholestes ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก

(b) Oviraptor โอวิแรปเตอร์ กะโหลกสั้นและสูง รูปร่างแตกต่างจากพวกกินเนื้อทั่วไป

(c)Albertosaurus ญาติใกล้ชิดของ T.rex

(d) Tyrannosaurus -ทีเร็กซ์ กะโหลกหนา สั้น ลึก แข็งแรงและมีฟันขนาดใหญ่

(e) Saurornithoides ไดโนเสาร์กลุ่มกะโหลกค่อนข้างเรียวยาว

(f) Gallimimus รูปร่างคล้ายนกหระจอกเทศ

(g) Dromiceiomimus อีกชนิดของกลุ่มคล้ายนกกระจอกเทศ

(h) Deinonychus ไดโนนิคัส

(i) Velociraptor เวโลซีแรปเตอร์ กลุ่มกะโหลกยาวและเรียว



ภาพนี้น่าจะเป็นโครงกระดูกนก แต่ที่มาจัดแสดงร่วมกับไดโนเสาร์น่าจะชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ เพราะนกในปัจจุบันก็คือทายาทของไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ คอยาว ขายาว กะโหลกและจะงอยปากเรียวยาว เราพบเจอผู้เป็นทายาทไดโนเสาร์ทุกวัน อาทิเช่น ไก่ นกพิราบ นกกระจอกเทศ นกอินทรี เป็นสิ่งหลงเหลือทางวิวัฒนาการ หมายความว่าไดโนเสาร์ไม่ได้สูญพันธุ์ไปทั้งหมด มีสายพันธุ์บางชนิดที่รอดมาได้และแตกแขนงกลายเป็นนกสมัยใหม่กว่าหลายชนิดในปัจจุบัน มนุษย์จึงได้ศึกษาในปัจจุบัน ครั้งแรกที่เดินในงานผมแปลกใจทำไมมีโครงกระดูกนกในการจัดแสดงในงานไดโนเสาร์เพื่อเปรียบความสัมพันธุ์ เด็กๆที่มาเที่ยวงานย่อมใช้จินตนาการสนุกไปกับงานแสดง





นี่คือ เทอโรซอร์ ( Pterosaur ) ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นนกแท้จริงเป็นสัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์
เหตุผลที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานคือ ปีกเป็นเยื่อหนัง ขึงอยู่กับนิ้วที่ 4 ซึ่งยาวมากๆ ไม่ใช่ปีกที่สร้างจากขนแบบนก จะงอยปากยาว และมีหงอนบนศีรษะ

แล้วเทอโรซอร์เป็นค้างคาวไหม???

คำตอบคือไม่ใช่ค้างคาว ค้างคาวไม่ใช่ทายาทของเทอโรซอร์ เหตุผลคือค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปีกเป็นเยื่อหนังเหมือนเทอโรซอร์ก็จริงแต่เยื่อหนังขึงระหว่างนิ้วมือหลายๆนิ้วที่ยาวออก
และอีกเหตุผลหลักที่ต่างกันคือ
ซึ่งผมไม่เข้าใจนักทราบคราวๆคือเทอร์โรซอร์และค้างคาวมีวิวัฒนาการบินแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งไม่สามารถให้รายละเอียดแก่ผู้อ่านได้มากนัก

โดยสรุปคือ การบินด้วยปีกอย่างแท้จริงเกิดขึ้นอย่างอิสระอย่างน้อย 3 สายใหญ่ในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ได้แก่
เทอโรซอร์------สูญพันธุ์แล้ว
นก---------------ยังมีชิวิตอยู่
ค้างคาว---------ยังมีชีวิตอยู่


ตัวนี้เป็นไดโนเสาร์คอยาว ชื่อว่า มาเมนซิซอรัส ป้ายชื่อก็เล็กนิดนึง เป็นไดโนเสาร์กินพืชเป็นอาหาร  ที่น่าตกใจคือเขาเป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีกระดูกคอที่ยาวมากแต่ผมว่าตามแบบจำลองกระดูกคอตั้งตรงเกินไป  เราเคยผ่านการดูภาพยนตร์หรือสารคดี คอจะไม่ตั้งตรงขนาดนี่ 

ทายาทของมาเมนซิซอรัสปัจจุบันไม่มีเหลืออยู่เลย สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว และยีราฟก็ไม่ใช่ทายาทของมาเมนซิซอรัสเพราะยีราฟเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์กีบคู่ ลิ้นยาวสีเข้ม ยีราฟจะใกล้เคียงกับโอคาปีสะมากกว่าในเรื่องโครงสร้างกระดูก

ยีราฟและมาเมนซิซอรัสแม้มีคอยาวเหมือนกันแต่แยกจากกันในวิวัฒนาการ



จำลองภาพฟอสซิลการทำงานของนักบรรพชีวิน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นกิจกรรมให้เด็กได้ร่วมสนุกเป็นนักบรรพชีวิน แต่อาจเป็นเพียงการจัดแสดงเท่านั้น ผมชอบไอเดียให้ผู้ชมแสดงจินตนาการด้วยตนเองไดโนเสาร์มีที่มาอย่างไร การทำงานขุดค้นพบนั้นมีกระบวนการจัดเก็บฟอสซิลอย่างไร

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นการจำลองขุดไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด เพราะว่ากระดูกใหญ่และยาว โดยเฉพาะกระดูกแขนขา และกระดูกบริเวณลำตัว มีซี่โครงขนาดใหญ่ คล้ายๆกับกลุ่มไดโนเสาร์กินพืช 
กระบวนการทำงานน่าทึ่งมากฟอสซิลของจริงนั้นติดอยู่กับหินหรือต่อเนื่องเข้าไปในชั้นหิน
1. การสำรวจหาฟอสซิล โดยบริเวณชั้นหินอายุที่เหมาะสมเป็นหมุดหมายสำคัญ
2. กำหนดพื้นที่และบันทึกตำแหน่ง ถ่ายภาพก่อนขุด วัดพิกัด บันทึกชั้นหิน ทำแผนผังตำแหน่ง วิเคราะห์การวางตัวของกระดูกบอกได้ว่าสัตว์ตายอย่างไร
3. นำหินออกและเปิดกระดูก จะปล่อยหินติดกระดูกอยู่บ้างเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกแตก
4.การทำให้กระดูกแข็งแรงและทำเฝือกหุ้มฟอสซิล โดยใช้ปูนปลาสเตอร์
5. นำกลับเข้าห้องLab ศึกษาและประกอบภาพของสัตว์ จำลอง 3 มิติ หรือ CT scan 

ภาพที่ผมถ่ายมาก่อนนี้น่าจะอยู่ขั้นตอนที่ 2-3 ครับ

ภาพนี้เป็นเพียงภาพเดียวขยายเรื่องราวน่าอัศจรรย์ของนักบรรพชีวิน จำลองภาพในใจต่อเรื่องการขนย้ายโครงกระดูกขนาดใหญ่ก่รใช้ปูนฟลาสเตอร์โอบให้เป็นก้อนใหญ่ทำหน้าที่เหมือนเปือกแข็งป้องกันกระดูก น้ำหนักของมันเท่ากับรถบรรทุกจึงต้องใช้แม่แรง รอก รถตัก เครน หรือรถบรรทุกขึ้นอยู่กับพื้นที่

โครงไดโนเสาร์ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์จำนวนมากมีทั้งฟอสซิลจริงและชิ้นจำลองประกอบกัน ผู้ชมงานต้องสังเกตหากเป็นงานจำลองจะให้คำว่า Cast / Replica  ทราบเช่นนี้แล้วผู้ชมอาจรู้สึกว่าถูกหลอกลวง หากมองย้อนทบทวนฟอสซิลเหล่านี้เปราะบางและพบเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์ การอนุรักษ์และเก็บมันไว้ในพื้นที่ปลอดภัยก็นับเข้าใจได้


ภาพนี้จำลองโดย AI เพื่อประกอบความเข้าใจ


คลิปประกอบ  https://www.youtube.com/shorts/-abCV-Km26Y